ปลาสายยู ปลาถ้ำ

ปลาสายยู ปลาถ้ำ

ปลาสายยู (อังกฤษ: Club-barbel sheatfish; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ceratoglanis pachynema) ปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae) เป็นปลาไม่มีเกล็ด หัวเล็กมีสีแดงเรื่อ ๆ ปากเล็กอยู่ด้านล่าง มีหนวดสั้นเป็นติ่งขอใกล้จมูก คล้ายสายยูแม่กุญแจ อันเป็นที่มาของชื่อ ตาเล็กมาก ลำตัวแบนข้างมีสีชมพูหรือสีนวล ครีบมีขอบสีคล้ำ ครีบก้นยาวมาก มีลำตัวประมาณ 25 เซนติเมตร พบใหญ่สุด 40 เซนติเมตร

มีพฤติกรรมกระดิกหนวดอย่างรวดเร็วขณะว่ายน้ำ โดยภายในเวลา 1 นาที สามารถกระดิกหนวดได้ถึง 125 ครั้ง สันนิษฐานว่าเป็นการส่งสัญญาณหาอาหารตามท้องน้ำ โดยอาหารได้แก่ สัตว์หน้าดินต่าง ๆ กุ้ง, แมลงน้ำ เป็นต้น

 

พบเพียงที่เดียวในโลกเท่านั้น คือ บริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง ปัจจุบันมีสถานะเป็นปลาใกล้สูญพันธุ์อย่างวิกฤตในธรรมชาติ แต่ก็เป็นที่เสาะแสวงหาของนักเลี้ยงปลาด้วย โดยเป็นปลาที่มีราคาสูงมาก มีชื่อเรียกอื่นว่า “เกด” 

 

อนึ่ง ชื่อสายยู นี้เป็นชื่อที่เรียกซ้ำซ้อนกับปลาในหลายชนิด หลายสกุล เช่น ปลาในสกุล (Pangasius spp.) ในวงศ์ปลาสวาย (Pangasiidae) หรือปลาหวีเกศ (Platytropius siamensis) ในวงศ์ปลาหวีเกศ (Schilbedae) เป็นต้น

 

ปลาถ้ำ

ปลาถ้ำ (อังกฤษ: Cave fish) คือปลาที่อาศัยอยู่ในถ้ำที่มืดมิด โดยมากจะเป็นปลาที่มีผิวหนังสีขาวซีดเผือกและตาบอดหรือตาเล็กมากเนื่องจากไม่ได้ใช้สายตาให้เป็นประโยชน์เลย เพราะแสงสว่างส่องเข้าไปไม่ถึง ปลาถ้ำจะมีระบบนิเวศน์และพฤติกรรมของตัวเองโดยเฉพาะ แตกต่างจากปลาที่พบทั่วไป ซึ่ง ปลาถ้ำสามารถพบได้ในถ้ำทุกภูมิภาคของโลก

ในส่วนของทวีปยุโรป เพิ่งจะมีการค้นพบปลาถ้ำเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2012 โดยนักดำน้ำผู้หนึ่งขณะสำรวจแม่น้ำดานูบ ที่ตอนเหนือของภาคใต้ประเทศเยอรมนี โดยพบปลาที่อยู่ในวงศ์ปลาหมู (Cobitidae) ที่มีผิวหนังซีดขาวออกชมพู เห็นเส้นเลือดภายใต้ผิวหนังด้วยตาเปล่าได้ และมีดวงตาขนาดเล็ก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นปลาที่แยกออกมาจากปลาหมูหรือปลาค้อทั่วไปเมื่อ 20,000 ปีก่อน และคงจะไม่ได้มีเพียงแค่ชนิดเดียว

 

สำหรับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะมีถึง 26–39 ชนิด การสำรวจในปี ค.ศ. 2001 ที่ต้นน้ำในจังหวัดจันทบุรี พบ 8 ชนิด ในสกุล Schistura

 

การจำแนก

ปัจจุบัน พบในประเทศไทยไม่ต่ำกว่า 8 ชนิด ใน 3 วงศ์ ได้แก่

1.วงศ์ปลาค้อ (Balitoridae)

2.วงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae)

3.วงศ์ปลาเนื้ออ่อน (Siluridae)

 

วงศ์ปลาค้อ มี 5 ชนิด

ปลาค้อถ้ำวังบาดาล (Nemacheilus troglocataractus) มีความยาว 7 เซนติเมตร พบในถ้ำวังบาดาล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

ปลาค้อถ้ำจารุธานินทร์ (Schistura jaruthanini) มีความยาว 7 เซนติเมตร พบที่ถ้ำคลองงู อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี

ปลาค้อถ้ำปางมะผ้า (Schistura oedipus) มีความยาวประมาณ 5 เซนติเมตร พบในระบบถ้ำใน อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดว่าเป็นปลาถ้ำที่มีขนาดเล็กที่สุดที่พบในประเทศไทย

ปลาค้อถ้ำพระวังแดง (Schistura spiesi) พบในถ้ำพระวังแดง ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก

ปลาค้อถ้ำเนินมะปราง (Schistura deansmarti) มีความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร พบที่ถ้ำในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง อำเภอวังทอง และอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

ปลาค้อถ้ำภูถ้ำน้ำ (Schistura kaysonei) มีความยาวประมาณ 6 เซนติเมตร พบในภูถ้ำน้ำ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว

วงศ์ปลาตะเพียน มี 2 ชนิด

ปลาจาดถ้ำ (Poropuntius speleops) มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร พบในถ้ำเทวดา อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ปลาพลวงถ้ำ (Neolissochilus subterraneus) พบในถ้ำพระวังแดง ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก

วงศ์ปลาเนื้ออ่อน มี 1 ชนิด

ปลาชะโอนถ้ำ (Pterocryptis buccata) มีความยาวประมาณ 20 เซนติเมตร พบในถ้ำวังบาดาล อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี มี 2 ลักษณะ คือ สีชมพูและสีเทา