เทคนิคการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับหุ่น

วันนี้เราจะพาไปดูวิธีการเลือกเสื้อผ้าให้เข้ากับหุ่นของสาวๆไปดูกันดีกว่า สาวรูปร่างสามเหลี่ยม สาวลักษณะโครงสร้างของทรงสามเหลี่ยม ลำตัวช่วงบนเล็กกว่าช่วงล่าง มีช่วงขาที่ค่อนข้างใหญ่และมีบั้นท้ายที่ใหญ่  แต่ช่วงแขนค่อนข้างกระชับได้รูป รูปร่างทรงลูกแพร์จะหาเสื้อผ้าใส่ค่อนข้างยากโดยเฉพาะท่อนล่าง ดังนั้นเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสาวลูกแพร์นั้นควรจะเป็นสูทหรือไม่ก็แจ๊คเก็ตยาวคลุมสะโพกจะดูดีมากๆ  ใส่กระโปรงทรงเอ หรือไม่ก็กระโปรงย้วย ควรสวมเข็มขัดเพื่อดึงสายตา ให้มาหยุดอยู่ตรงเอวที่คอดสวยงามจะดีกว่า ข้อควรระวังในการแต่งตัวของสาวๆทรงลูกแพร์คือ ไม่ควรใส่กระโปรงสั้นพวกมินิสเกิ๊ต เพราะจะทำให้ขาดูสั้นมองอย่างไรก็ไม่สวย สาวรูปร่างสามเหลี่ยมคว่ำ ลักษณะของสาวๆ ที่มีรูปร่างทรงสามเหลี่ยมคว่ำจะเป็นโครงร่างของผู้หญิงที่มี ช่วงบนใหญ่กว่าช่วงล่าง ส่วนใหญ่มักจะเป็นคนไหล่กว้าง รูปร่างลักษณะนี้เป็นรูปร่างที่คล้ายกับรูปร่างของผู้ชาย ดังนั้นควรจะเลือกเสื้อผ้าที่ช่วยพรางความกว้างของไหล่ลงมาเสื้อตัวบนควรเป็นเสื้อสีเข้ม รายละเอียดของคอเสื้อเป็นคอวี หรือเป็นคอเสื้อที่แหลมๆ คอลึก ผ่าลงมาลึกหน่อย เลือกเสื้อผ้าที่มีรอยต่อของช่วงไหล่ของแขนเสื้อ ที่แคบกว่าความกว้างของไหล่จริง หลีกเลี่ยงเสื้อตัวบนที่มีฟองน้ำเสริมไหล่ มีอินธนู หรือเป็นแขนแบบตุ๊กตาหรือแขนพองๆ ตรงหัวไหล่หรือเสื้อคอปาด สาวรูปร่างทรงกระบอก หรือทรงตรง สาวทรงตรงรูปร่างจะตรงๆไม่มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง มากนัก แต่จะมีช่วงขาที่เรียวสวยงาม ดังนั้นการแต่งกายของสาวทรงตรงควรจะเน้นช่วงเอวเป็นพิเศษ โดยพยายามคาด เข็มขัดให้ช่วงเอวดูมีส่วนโค้งมากที่สุด ส่วนสีที่ใช้ควรเป็นโทนสีเดียว จะทำให้คุณ สาวๆ ดูสวยสง่ามากขึ้น ข้อควรระวังในการแต่งตัวของสาวทรงตรง คือไม่ควรใส่กางเกงขาบาน เพราะจะทำให้ดูรูปร่างดูตรงมากยิ่งขึ้น สาวรูปร่างทรงนาฬิกาทราย สาวๆที่มีโครงร่างทรงนาฬิกาทราย สาวๆส่วนใหญ่อยากมีรูปร่างทรงนาฬิกาทราย เพราะเป็นรูปร่างของผู้หญิงจริงๆ ลักษณะ ของสาวรูปร่างนาฬิกาทรายจะมีหน้าอกที่ดูเต็มสวยไม่ใหญ่จนเกินไป มีแผ่นหลังที่สวยงาม มีส่วนของเอวที่คอดสวยได้รูป ส่วนของสะโพกที่กว้างพอประมาณ กับความกว้าง ของช่วงไหล่ และมีช่วงขาที่เต็มตึงสวยงาม…

Read More Read More

แมวน่ารักสายพันธุ์ สก๊อตทิช โฟล์ด

ถ้าพูดถึงความน่ารักของเจ้าเหมียวคงหนีไม่พ้นอีกสายพันธุ์ก็คือ สายพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์ Scottish fold ที่มีหูพับอันเป็นเอกลักษณ์แสนน่ารักที่ไม่เหมือนใคร หน้ากลมแป้น ขนอุยนุ่มน่ากอด ทำให้น้องแมวพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์ น้องแมวผู้มาจากสก๊อตแลนด์ ที่ทำหัวใจเจ้าขอพองโตหลายๆ คนไปแล้ว น้องเหมียวสายพันธุ์นี้มีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 11 – 14 ปี ความสูงอยู่ที่ 10 – 12 นิ้ว ด้วยหูที่พบลงมา ใบหน้าของสก๊อตทิช โฟลด์ ดูกลม จนหลายคนให้คำอธิบายแมวสายพันธุ์นี้ไว้อย่างเห็นภาพว่าเหมือนกับ นกฮูก โดยใบหูของสก๊อตทิช โฟลด์ จะมีทั้งแบบพับงอไปด้านหน้า แบบพับงอที่มากขึ้นและแบบที่พับราบไปกับหัว โดยลูกแมวที่เกิดมาแล้วมีใบหูตั้งก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะใบหูของลูกแมวที่พับจะเริ่มมองเห็นเมื่อแมวมีอายุประมาณ 3 สัปดาห์ แมวสก๊อตทิช โฟลด์ ค่อนข้างมีนิสัยที่อ่อนไหว ชอบแสดงอารมณ์ มีความขี้เล่น และแอคทีฟ สรุปก็คือถ้าจะปล่อยสก๊อตทิช โฟลด์ ให้อยู่บ้านลำพังตัวเดียวอาจจะไม่ชอบใจสก๊อตทิช โฟลด์ เท่าไหร่ เพราะน้องเป็นแมวขี้เหงาแมวสายพันธุ์นี้ชอบที่จะมีเพื่อนเป็นเจ้าของ หรือเป็นแมวด้วยกันก็ได้ ประวัติของน้องแมวเหมียว สก๊อตทิช โฟลด์ แมวพันธุ์สก๊อตทิช โฟลด์ ถือกำเนิดขึ้นในประเทศสก็อตแลนด์ มีลักษณะเด่นคือหูพับมาทางด้านหน้า จากนั้นก็เริ่มมีคนสนใจนำแมวที่มีลักษณะหูพับนี้ไปปรับปรุงพันธุ์จนกระทั่งในปี 1966 ก็ได้มีการตั้งชื่อแมวหูพับนี้ว่า…

Read More Read More

ถอดเทคนิคการบรรลุเป้าหมายของ Google สำหรับการทำ Change Management

ถอดเทคนิคการบรรลุเป้าหมายของ Google สำหรับการทำ Change Management เพื่อเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมในหน่วยงานรวมทั้งคน วิธีการทำ Change management ในหน่วยงานขนาดใหญ่ถือได้ว่าเป็นเรื่องหินสุดๆหากแม้พวกเราจะพอเพียงทราบดีว่าจำเป็นต้องทำอะไรบ้าง แม้กระนั้นเพราะเหตุไรความอุตสาหะจำนวนมากมักล้มเหลว? ว่ากันว่า กลเม็ดการบรรลุเป้าหมายของหน่วยงานสำหรับการเปลี่ยนไปสู่หน่วยงานที่ของใหม่ มีมากยิ่งกว่าเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า จริงไหมที่ว่า สิ่งสำคัญที่จะนำหน่วยงานบรรลุเป้าหมายสำหรับการทำ Digital Transformation เป็นการผลิตวัฒนธรรมในหน่วยงานและก็การพัฒนาคน เมื่อเร็วๆนี้ Techsauce ได้ได้โอกาสร่วมฟังการบรรยายของ Ayaka Yamada, JAPAC Change and Transformation Manager ของ Google Cloud ในงาน Google Cloud Summit ในประเด็น People, Culture & Change Management: The secret ingredients for a successful Cloud project กล่าวถึงเทคนิคความเคลื่อนไหวของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google สำหรับเพื่อการทำ Cloud Project ให้ประสบผลสำเร็จ​ได้อย่างน่าดึงดูด จะมีบทเรียนไหนที่หน่วยงานสามารถนำไปประยุกต์ได้บ้างมาดูกันจ้ะ จุดสำคัญของการจัดการความเคลื่อนไหว สิ่งสำคัญที่หน่วยงานควรจะพิจารณา ถ้าหากอยากไปถึงเป้าหมายสำหรับการทำ Digital Transformation มีอยู่ 3 อย่างร่วมกัน ซึ่งก็คือ ขั้นตอนรวมทั้งกรรมวิธีการการทำงาน (Processes), เทคโนโลยี (Technology), คนรวมทั้งวัฒนธรรมในหน่วยงาน (People & Culture) แน่ๆว่าเทคโนโลยียอดเยี่ยมในวัสดุสำคัญในการเปลี่ยนในหน่วยงาน นอกนั้น กระบวนการทำธุรกิจก็เป็นอีกอย่างที่จำเป็นต้องทำเปลี่ยนพร้อมไปกับเทคโนโลยี การที่คนภายในกลุ่มมีส่วนร่วมสำหรับการดำเนินงานอย่างขยันขันแข็ง ทั้งการที่หน่วยงานได้มีการเปลี่ยนวัฒนธรรมให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ แล้วก็วัตถุประสงค์ของหน่วยงานนั้น ก็เป็นอีกเหตุที่จะทำให้ทางความเคลื่อนไหวบรรลุความสำเร็จด้วยเหมือนกัน จากผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยของ Google พบว่า สิ่งสำคัญที่มีผลต่อความเคลื่อนไหวของหน่วยงานสูงที่สุดเป็น “คนและก็วัฒนธรรมในหน่วยงาน” หน่วยงานจะกระทำต่อกรกับคน และก็วัฒนธรรมในหน่วยงานเพื่อนำไปสู่ความเคลื่อนไหวได้ยังไง? การมีแผนจัดแจงความเคลื่อนไหวที่เป็นตัวเป็นตน แล้วก็มีองค์ประกอบที่เด่นชัดนั้น จะมีผลให้กำเนิดคุณประโยชน์ทั้งยังต่อคณะทำงาน โปรเจค รวมทั้งหน่วยงานได้อย่างมากมาย ผลจากการสำรวจของ Google พบว่า บริษัทที่มีโปรแกรมการจัดการความเคลื่อนไหวที่มีคุณภาพ ได้โอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายสำหรับการไปถึงเป้าหมายถึง 6 เท่า ทั้งได้โอกาสสำหรับในการทำเงินมากยิ่งกว่าบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันถึง 3.5 เท่า แม้ความเคลื่อนไหวเป็นเรื่องที่ไม่ยาก เพราะเหตุไรหลายต่อหลากหลายองค์กรถึงประสบความล้มเหลวในการพัฒนาหน่วยงานไปสู่ความเป็นดิจิทัล? Ayaka ได้บอกเหตุผลที่ว่า เพราะเหตุใดความเคลื่อนไหวถึงเกิดเรื่องน่าขนลุกสำหรับคนอีกหลายคน ดังต่อไปนี้ เหตุผลที่ความเคลื่อนไหวเกิดเรื่องยากสำหรับคนอีกหลายคน 1. เมื่อเจอกับเรื่องที่ทำให้พวกเรารู้สึกแตกต่าง ไม่เข้าที่เข้าทาง สมองจะสั่งให้พวกเรารับทราบถึงความรู้สึกปวด 2. สิ่งที่เลวทรามที่สุดที่เกิดขึ้นในสภาพการณ์ของสมองเป็นความไม่เที่ยง 3. สิ่งที่พวกเราทำเป็นกิจวัตรประจำวันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็น พวกเราจะรู้สึกไม่เป็นอันตรายราวกับอยู่ในคอมฟอร์ตโซน เพราะเหตุว่าพวกเราทำสิ่งพวกนั้นอัตโนมัติ และไม่จำต้องใช้ความคิดสำหรับในการออกคำสั่งเท่าไรนัก 4.…

Read More Read More

ซาแซงแฟน…………

บทความ แฟนคลับที่มีพฤติกรรมตามติดชีวิตส่วนตัวของศิลปินตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าศิลปินจะไปที่ไหนทำอะไร พวกเขาจะคอยติดตามสอดส่องไปทุกที่และพยายามเข้าใกล้ศิลปิน พฤติกรรมของซาแซงแฟนนั้นลุกล้ำความเป็นส่วนตัวและสร้างความรำคาญให้กับศิลปินมากกว่า ซาแซงแฟน หรือ Sasaengs ที่ชาวเกาหลีที่ชาวเกาหลีให้คำนิยามว่าเป็นพวกที่ชื่นชอบศิลปินรายนั้น ๆ  เป็นอย่างมาก และต้องการรับรู้ชีวิตส่วนตัวของพวกเขาจนกลายเป็นล้ำเส้นและมีพฤติกรรมการแสดงออกอย่างแปลก ๆ ซึ่งการกระทำที่เกินขอบเขตบางครั้งยังกลาบเป็นเรื่องที่ผิดกฤหมายก็ยังเป็นเรื่องที่เอาผิดได้ไม่มากนัก เพราะซาแซงเหล่านั้นเป็นเยาวชนโดยบางคนเป็นเพียงแค่นักเรียนในชั้นมัธยมต้นเท่านั้น เมื่อพูดถึงวีรกรรมของเหล่าซาแซงแฟนแล้วละก็เราคงเคยได้ยินเหตุการณ์เหล่านี้มาบ้าง คิมยูจอง (Kim Yu Jung) เคยเกือบถูกลักพาตัว ตอนที่คิมยูจองเรียนอยู่ชั้นประถม ซาแซงแฟนมาหาเธอที่โรงเรียนพร้อมบอกคุณครูว่าเขามารับเธอ เขาแอบอ้างว่าเป็นคุณพ่อของเธอ และพยายามพาเธอไปกับเขา แต่คุณครูรู้สึกผิดสังเกตจึงถามคิมยูจองว่ารู้จักเขาหรือเปล่า เมื่อคิมยูจองบอกว่าไม่รู้จัก คุณครูเลยแจ้งตำรวจ แทคยอน (Taecyeon) กับ จดหมายเลือด จดหมายจากแฟนคลับที่น่ารักก็มีมากมาย นานครั้งถึงจะเจอจดหมายสยองขวัญแบบที่แทคยอนเคยได้รับแฟนคลับคนอื่นไม่เชื่อสิ่งที่ซาแซงคนดังกล่าวบอก เธอจึง      โพสหลักฐานเป็นภาพผ้าอนามัย แฟนคลับของศิลปินหนุ่มบอกให้เธอขอโทษ และภายหลังเธอยอมขอโทษโดยบอกว่า “ฉันแค่ชอบเขามาก แต่ฉันไม่ใช่ซาแซง ฉันขอโทษ” คิมแจจุง (Kim Jaejoong) ถูกลวนลาม ครั้งหนึ่งแจจุงไปซาวน่าและได้พูดคุยกับแฟนคลับอย่างเป็นกันเอง แต่นั่นนำมาสู่ฝันร้ายซึ่งซาแซงแฟนมอบให้แก่เขา ขณะที่เขาหลับ แฟนคนดังกล่าวได้ถ่ายรูปพร้อมโพสลงในบอร์ดว่า “แจจุงกำลังนอนหลับอยู่ที่ซาวน่าล่ะ” ถ้าแค่ถ่ายรูปยังดูแย่ไม่พอ เธอยังอวดอีกว่าเธอแอบหอมแก้มเขาขณะที่เขาหลับ! เมื่อเราพูดมาขนาดนี้แล้วจะเห็นได้ทันที่ว่าชีวิตไอดอลมันไม่ง่าย และยังมีอีกลุ่มคือเราสงสัยเรื่องพฤติกรรมแฟนคลับที่ดี เป็นแบบไหน –…

Read More Read More

อย่าประมาทกับชีวิต

   สรรพสิ่งทั้งหลายบนโลกนี้ ล้วนเกิดมา ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ดังที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ไว้ เราอย่าไปคิดว่าเราจะมีอายุอยู่ได้อีกนาน เพราะทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนในโลกนี้ ในทุก ๆ วันธรรมชาติล้วนเปลี่ยนแปลงไป เราจึงต้องใช้ชีวิตอย่างมีสติให้มากที่สุด เหมือนเวลาขับรถไปไหน ความประมาทกับชีวิตมีอยู่ทุกเวลา เราไม่ชนเขา เขาก็ชนเรา แต่ถ้าเรามีสติเราจะปลอดภัย                “อย่าปล่อยชีวิตให้เปล่าประโยชน์ “  อย่าคิดว่าเดี๋ยวค่อยทำ เดี๋ยวค่อยสร้าง เดี๋ยวค่อยไป มันเสียดายเวลา หากเรามีร่างกายครบ 32 ก็จงหมั่นตั้งใจใช้ชีวิตให้คุ้มค่า อย่ามัวรีรอเวลา เพราะเวลาไม่เคยรอใคร ในขณะที่เรามีแรง จงรีบตั้งใจใฝ่รู้ ใฝ่หา ยิ่งเราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ยิ่งดีต่อตัวเรา และครอบครัว แต่ถ้าหากวันใดเราหมดแรง หรือสุขภาพร่างการเราไม่ไหว ควรหยุดทำงาน ถ้าไม่ไหวอย่าฝืน ต่อให้ในหัวสมองมันสั่งว่าต้องทำต่อให้ได้ ก็อย่าไปฟัง อย่าฝืนร่างกายจนเกินไป เพราะจะทำให้เราหรือคนในครอบครัววิตกกังวลใจไปด้วย ทำเท่าที่ไหวเพราะร่างกายถ้าเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปแล้ว เราจะเสียใจไปตลอดชีวิต โปรดจงพึงนึกไว้เสมอว่า ร่างกาย ไม่ใช่หุ่นยนต์              …

Read More Read More