มะม่วง คุณประโยชน์และประโยชน์ที่ได้จากการทานมะม่วง!

 มะม่วง คุณประโยชน์และประโยชน์ที่ได้จากการทานมะม่วง!

มะม่วง ชื่อสามัญ Mango

มะม่วงจัดเป็นไม้ยืนต้นที่มีต้นกำเนิดในประเทศประเทศอินเดีย แล้วก็นับได้ว่าเป็นผลไม้ประจำชาติของอินเดีย ในบ้านเรานั้นมะม่วงจัดเป็นผลไม้เศรษฐกิจซึ่งส่งออกเป็นอันดับ 3 ของโลก

 

สำหรับพันธุ์มะม่วงนั้นมีมากมายสายพันธุ์มากมาย โดยสายพันธุ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเห็นจะเป็นพันธุ์เขียวเสวย แรด น้ำดอกไม้ อกร่อง ฟ้าลั่น โชคอนันต์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นก็จะมีรสชาติและก็ลักษณะต่างกันออกไป

 

คุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากมะม่วงที่เราเห็นเป็นประจำก็น่าจะไม่พ้นการนำมารับประทานคือผลไม้สดทั้งยังดิบรวมทั้งสุก หรือมีการไปทำเป็นอาหารว่างต่างๆไม่ว่าจะเป็น มะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงน้ำปลาหวาน ข้าวเหนียวมะม่วง พายมะม่วง รวมทั้งใช้ประโยชน์ทำอาหาร ตัวอย่างเช่น ใส่น้ำพริก ยำ ส้มตำ ส่วนยอดอ่อนหรือผลอ่อนก็สามารถนำมาประกอบอาหารแทนผักได้ด้วย ฯลฯ

 

สำหรับข้าวเหนียวมะม่วงนั้นจะมีแคลอรีสูงเพราะประกอบไปด้วยน้ำตาล ไขมันจากน้ำกะทิเป็นหลัก คนที่อยู่ในวัยหนุ่มวัยสาวมีสุขภาพแข็งแรง การทานข้าวเหนียวมะม่วงก็เลยไม่น่าจะมีปัญหาต่อร่างกาย แม้กระนั้นสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน การทานข้าวเหนียวมะม่วงอาจจะไปทำให้น้ำตาลและไขมันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผลที่ตามมาก็คือน้ำหนักตัวเพิ่ม ความดันสูง แม้กระนั้นก็ไม่ได้แปลว่าจะห้ามรับประทานเสียทีเดียว แต่ว่าการรับประทานก็ควรจะรับประทานอย่างระวัง แล้วก็พิจารณารับประทานให้พอดีกับสุขภาพก็จะเกิดประโยชน์สูงสุด

 

สรรพคุณของมะม่วง

ประโยชน์ของมะม่วงกินมะม่วงก็ช่วยปรับให้มีชีวิตชีวาเบิกบานใจได้เช่นเดียวกัน

มะม่วงมีวิตามินซีสูง จึงช่วยต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี

มะม่วงมีวิตามินเอ วิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสแจ่มใส

ช่วยบำรุงและรักษาสายตา เพราะว่าอุดมไปด้วยวิตามินเอและก็เบตาแคโรทีน

คือผลไม้ที่มีส่วนช่วยบำรุงร่างกาย

ช่วยปรับให้บรรเทาแล้วก็หลับสนิทเพิ่มขึ้น

ช่วยทำให้ปรับร่างกายดำเนินงานปกติ ปรับสมดุลข้างใน

ผลมะม่วงดิบมีวิตามินซีสูง ก็เลยช่วยคุ้มครองป้องกันรวมทั้งรักษาโรคเลือดไหลตามไรฟัน

ช่วยคุ้มครองปกป้องและก็ลดการเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ

มีส่วนช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งเต้านมแล้วก็โรคมะเร็งไส้ รวมถึงต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งเม็ดเลือด โรคมะเร็งผิวหนัง ฯลฯ

ช่วยเยียวยาและรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ใบมะม่วงโดยประมาณ 15 ใบ เอามาล้างให้สะอาด แล้วเอามาต้มในน้ำที่สะอาด 1 ถ้วย โดยใช้ไฟอ่อนๆนาน 1 ชั่วโมง หากน้ำแห้งก็เพิ่มเรื่อยๆเมื่อเสร็จแล้วนำมาตั้งทิ้งค้างคืนไว้ 1 คืน พอเพียงเช้าตรู่ก็เอามากรองมัวแต่น้ำกินต่อเนื่องกันประมาณ 3-4 วัน

ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ด้วยการรับประทานผลสดแก่

ช่วยแก้อาการกระหายน้ำ ด้วยการกินผลสดแก่

ช่วยแก้อาการร้อนใน ด้วยการกินผลมะม่วง

ช่วยแก้โรคคอตีบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มรับประทาน

แก้ซางตานขโมยในเด็ก ด้วยการใช้ใบมะม่วงพอประมาณนำมาต้มกิน

ช่วยรักษาอาการเยื่อปากอักเสบ จมูกอักเสบ ด้วยการใช้เปลือกของลำต้นมะม่วงมาต้มกิน

เปลือกมะม่วงของผลดิบ นำมาคั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล ช่วยแก้ลักษณะของการปวดรอบเดือนแล้วก็ลักษณะของการปวดปวดเมื่อยตอนมีรอบเดือน

เปลือกต้นมะม่วง เอามาต้มเอาน้ำกิน ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน

เส้นใยจากมะม่วงเป็นตัวช่วยย่อยอาหารแล้วก็เผาผลาญพลังงาน

แก้อาการท้องอืด ด้วยการนำใบสดโดยประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม หรือใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วเอามากิน

ช่วยแก้อาการบิด ถ่ายเป็นเลือด ด้วยการรับประทานผลมะม่วง

ช่วยบำรุงกระเพาะอาหาร ด้วยการรับประทานผลมะม่วง

แก้อาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง ด้วยการนำใบสดประมาณ 15 กรัมมาต้มกับน้ำดื่ม

มีส่วนช่วยในการขับถ่าย มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ด้วยการรับประทานมะม่วงสุก

ช่วยขับปัสสาวะ ด้วยการรับประทานผลมะม่วง

ช่วยขับพยาธิ ด้วยการใช้เมล็ดของมะม่วงสุกมาตากแห้งแล้วต้มเอาน้ำดื่ม หรือจะบดให้เป็นผงก็ได้แล้วเอามากิน

น้ำสุกกับใบมะม่วงสดประมาณ 15 กรัม ใช้ล้างบาดแผลภายนอกได้

ใช้เป็นยาห้ามเลือดสด ด้วยการใช้ใบมะม่วงสดล้างให้สะอาดแล้วเอามาตำรวมทั้งพอกรอบๆที่เป็นแผล

ประโยชน์ของมะม่วง

เนื้อไม้ของต้นมะม่วง สามารถประยุกต์ใช้ทำเป็นเครื่องเรือนได้

ใช้ทำอาหารหรือใช้กินเป็นของว่างได้มากมาย ตัวอย่างเช่น ทำน้ำพริก ยำมะม่วง ต้มยำ เมี่ยงส้ม หรือกระบวนการทำเป็นมะม่วงน้ำปลาหวาน คั้นเป็นน้ำผลไม้ก็ได้เช่นกัน

เอามาแปรรูปเป็นมะม่วงกวน มะม่วงแก้ว มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม มะม่วงเค็ม น้ำแยมมะม่วง พายมะม่วง ฯลฯ

ใบแก่ของมะม่วงใช้เป็นสีย้อมผ้าให้เป็นสีเหลือง

ทรีตเมนต์บำรุงผิวหน้าด้วยการใช้มะม่วงสุกมาฝานเป็นชิ้นบางๆหลังจากนั้นใช้ช้อนบดขยี้เนื้อมะม่วงอย่างละเอียด แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก จะทำให้ผิวหน้าดูสะอาดเกลี้ยงเกลา รูขุมขนดูกระชับ ผิวเรียบเนียนไร้รอยเหี่ยวย่น