ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบกับดวงตา

 บรรยากาศในท้องฟ้าจะมีสภาพที่ขุ่นมัวบ่อยขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งก็เกิดจาก ฝุ่น PM 2.5 ที่มีค่าสูงมากกว่าปกติ ฝุ่นชนิดนี้นอกจากจะทำร้ายปอดของเราแล้ว ยังส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่นๆ และกับดวงตาของเราอีกด้วย

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร 

               ฝุ่น PM 2.5 เป็นฝุ่นที่มีความละเอียด โดยมีขนาดเล็กกว่า 2.5 micrometers เมื่อมีการสูดเข้าไปสู่ปอดก็จะสามารถแทรกซึมเข้าไปในเส้นเลือดฝอยได้ง่าย และกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ได้ โดยฝุ่นชนิดนี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น

  • จากโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยควันพิษหรือสารเคมี
  • จากการเผาวัสดุการเกษตร
  • จากมลพิษที่เกิดจากการใช้รถยนต์, มอเตอร์ไซด์, และระบบขนส่ง
  • จากการเผาไหม้ขยะ, ไฟป่า และการสูบบุหรี่
  • จากการผลิตไฟฟ้าที่ต้องใช้เชื้อเพลิง

อันตรายจาก PM 2.5

ปัจจุบัน องค์การอนามัยโลก หรือ WHO (The World Health organization) ได้จัดให้ PM 2.5 เปรียบเสมือนสารก่อเกิดมะเร็ง ( Carcinogen) อย่างหนึ่ง และหากเราหายใจในสภาพอากาศที่มีฝุ่นชนิดนี้อยู่มาก นานวันเข้าก็ทำให้เกิดอันตรายและเกิดโรคต่างๆ ได้อีกมาก เช่น

  • โรคเยื่อบุตาอักเสบ
  • ภูมิแพ้ที่ตาเรื้อรัง
  • โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง
  • โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
  • มีอันตรายต่อเด็กในครรภ์
  • โรคหลอดเลือดในสมอง
  • โรคหัวใจขาดเลือด
  • โรคผิวหนังอักเสบ
  • โรคภูมิแพ้
  • โรคสมาธิสั้นและสมองพัฒนาการช้าในเด็ก
  • หากสูดเข้าปอดเป็นเวลานานหลายปี ก็จะเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งปอด และมะเร็งอื่นๆ ได้

ฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อดวงตาอย่างไรบ้าง

  1. ทำให้เกิดโรคเยี่อบุตาขาวอักเสบ หรือโรคตาแดงเรื้อรัง จนทำให้เกิดการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียแทรกซ้อนเพราะเยี่อบุตาขาวอ่อนแอ
  2. ทำให้เกิดโรคกระจกตาอักเสบ และหากขยี้ตาจะส่งผลให้กระจกตาถลอกได้ง่าย เนื่องจากกระจกตาอ่อนแอ
  3. ทำให้เกิดโรคเยื่อบุตาเป็นภูมิแพ้เรื้อรัง ในคนที่มีภูมิแพ้จมูกอยู่แล้วจะทำให้ภูมิแพ้ตากำเริบมากขึ้น จะมีอาการตาแดง เคืองตา คันตา เปลือกตาบวม มีขี้ตาเป็นเมือกสีขาว
  4. ทำให้เกิดอาการตาแห้ง

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นอันตรายเมื่อได้รับฝุ่ง PM 2.5

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงและมักได้รับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 มากกว่าคนทั่วไป คือ

  1. กลุ่มเด็กเล็ก
  2. กลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการเหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว และแน่นหน้าอก
  3. กลุ่มหญิงตั้งครรภ์
  4. กลุ่มผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ที่ตา โรคปอด โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้จมูก โรคภูมิแพ้ผิวหนัง และโรคของภูมิต้านทานบกพร่อง

การดูแลและการป้องกันอันตรายจาก PM 2.5

  1. ใส่แว่นตาป้องกันฝุ่นและลมทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร
  2. ใส่หน้ากากอนามัยปิดจมูกและปิดปากทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร หากใช้หน้ากาก N95 ก็จะป้องกันได้ดีกว่าหน้ากากธรรมดา
  3. ใช้สายตา 30 นาทีและพักสายตา และทุกๆ การจ้องมองจอโทรศัพท์มือถือนานติดต่อกันเกิน 10 นาที ควรพักสายตาเพื่อลดอาการตาแห้ง ปวดตา
  4. หยอดน้ำตาเทียมวันละ 4 ครั้ง ในกลุ่มที่มีอาการตาแห้งอาจหยอดทุก 2 ชั่วโมง
  5. ไม่ควรล้างตาบ่อยๆ เพราะจะทำให้ตาแห้งมากขึ้น หากต้องการล้างตาให้ใช้น้ำตาเทียมล้างแทน
  6. ดื่มน้ำมากๆ เพื่อลดอาการตาแห้ง
  7. ทำความสะอาดบ้านให้ปลอดจากฝุ่น ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด
  8. ไม่ควรออกนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมนอกบ้านในวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน
  9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานผักและผลไม้ที่ให้วิตามิน เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน
  10. หากพบว่าตาอักเสบไม่หาย หรือร่างกายมีความผิดปกติควรไปพบแพทย์ ไม่ควรรอให้มีอาการมาก เพราะจะทำให้การรักษายากขึ้น